เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน จากเด็กประสานงาน สู่ผู้สืบสานธุรกิจครอบครัว

คุณมิลยา บัณฑิตจากคณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาการโฆษณา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่เข้ามาสืบทอดงานในธุรกิจอุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวมานานกว่า 25 ปี มาถึงยุคนี้ลูกทั้ง 3 คนเข้ามาช่วยบริหารอย่างเต็มตัว โดยตั้งแต่เรียนจบมาเคยแค่ลองไปสมัครงานที่อื่นบ้าง

“ถึงแม้ว่าจะเป็นธุรกิจของครอบครัว แต่เราไม่ได้เข้ามาแล้วนั่งเก้าอี้ผู้บริหารเลย เรารับเงินเดือน 15,000 บาท และต้องเรียนรู้งานเหมือนนักศึกษาจบใหม่ทั่วๆไป ตอนนั้นเราเริ่มที่งานด้านติดต่อประสานงานเพื่อส่งสินค้าออกไปขายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะงานด้านเอกสารที่ครอบครัวต้องการให้เราเรียนรู้ โดยมีความเชื่อที่ว่าก่อนจะขึ้นเป็นตำแหน่งสูงๆ เราต้องรู้ว่างานพื้นฐานมีอะไรบ้าง เพื่อที่วันหนึ่งเราจะสามารถสอนคนอื่นต่อได้ ไม่ใช่ว่าเริ่มจากตำแหน่งสูง แต่ทำงานพื้นฐานอะไรไม่เป็นเลย เมื่อเวลาผ่านไป...เราถึงเข้าใจว่าการทำงานตั้งแต่พื้นฐานนั้นมันดีต่อตัวเราจริงๆ”

สำหรับคุณมิลยา ถึงแม้ว่าตำแหน่งงานของเธอจะเป็นพนักงานประสานงานขาย แต่อันที่จริงแล้วสิ่งที่เธอทำคือการประสานงานทุกอย่างในบริษัทให้เกิดความราบรื่น โดยใช้ประสบการณ์จากการเรียนนิเทศฯเข้ามาเป็นตัวช่วยเรื่องการเจรจาต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานและรับเรื่องระหว่างลูกค้า-โรงงาน-ฝ่าย ขาย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี รวมถึงการจัดทำรายงานและเอกสารเกี่ยวกับการขาย สรุปรายงานการขาย และทำเอกสารอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย

การเข้ามาดูแลธุรกิจของครอบครัว คุณมิลยา เล่าว่า “ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ยังดีที่มีพี่ๆ คอยซัพพอร์ต และมีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อลูกๆทุกคนเริ่มเข้ามาอยู่ ในธุรกิจ ก็มีการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการภายในอยู่บ้าง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ เพื่อให้การตรวจสอบหรือ ค้นหาข้อมูลอื่นๆในบริษัทเป็นไปได้ง่ายขึ้น”

ทายาทธุรกิจครอบครัวหลายคนมีความฝันที่อยากทำ อยากมีกิจการที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจของพ่อแม่ที่ทำอยู่ จึงเกรงว่าถ้ารับช่วงธุรกิจจากพ่อแม่ ความฝันที่มีนั้นก็ต้องพับเก็บเข้ากระเป๋า แต่คุณมิลยามองว่าการสานต่อ ธุรกิจของพ่อแม่นั้นคือความมั่นคงของครอบครัว อาจจะเครียดในช่วงแรกแต่เมื่อทำได้สักพักก็จะเข้าใจระบบงาน เริ่มเข้าใจพนักงานในองค์กร อีกทั้งยังได้นำความรู้ที่มีมาปรับใช้ และได้พัฒนาตัวเองด้วยความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ

.wp-post-image{display:none;}

เรื่องเล่าของ “ลูกจ้างมืออาชีพ” กับประสบการณ์ ที่ได้รับจากฝ่ายขาย

“ผมจบจากคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งถือว่าทางเลือกหลังเรียนจบนั้นค่อนข้างเปิดกว้าง ได้งานแรกที่ซีพี เป็นงานส่งออกกุ้ง หลังจากนั้นก็ทำงานด้านการส่งออกมาตลอด จนถึงปัจจุบันก็นับได้ว่าอยู่ในสายงานนี้มา เกือบ 9 ปีแล้ว ถึงแม้ว่างานด้านการส่งออกอาจจะไม่ใช่งานในฝันของผม แต่ผมทำมันได้ดี และทำให้ผมได้ประสบการณ์อะไรหลายอย่าง แล้วพอมีประสบการณ์ด้านนี้ เมื่อผมไปสมัครงานที่ใหม่ก็ยังอยู่ในสายงานเดิม”

หน้าที่ของฝ่ายขายต่างประเทศคือ การนำเสนอสินค้าให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศ วิเคราะห์ตลาด และสร้างยอดขายในต่างประเทศให้ถึงเป้าหมาย การสรรหาลูกค้าใหม่ๆเพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการวางแผนเพื่อจัดแสดงสินค้าในงาน Exhibition ต่างๆ

“ถึงแม้ว่าเนื้องานส่วนใหญ่จะเหมือนเดิมไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่สิ่งที่ได้รับคือประสบการณ์ในการพบเจอคนใหม่ๆ เปิดโอกาสให้เราได้พูดคุย แลกเปลี่ยนนามบัตร นอกจากนี้ในการพบลูกค้าแต่ละครั้ง ตั้งแต่การพบปะทักทาย การวางตัว การสนทนา เราก็สามารถนำมาพัฒนาตัวเองได้ทุกครั้งที่ได้เจอกับลูกค้าใหม่ สิ่งนี้จะเป็นทักษะติดตัวเราตลอดชีวิตที่ทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดีน่าเชื่อถือ น่านับถือ ในการพบปะเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่ แล้วยิ่งถ้าทำงานกับบริษัทต่างชาติหรือบริษัทใหญ่ ก็ยังมีโอกาสได้บินไปศึกษางานที่ต่างประเทศด้วย”

“ลูกจ้างมืออาชีพ” คือ คำที่คุณมัธพล จำกัดความให้ตัวเอง เพราะไม่ว่าเขาจะย้ายไปทำงานในบริษัทใด เขามักจะได้รับมอบหมายงานรูปแบบใหม่ ซึ่งเขาไม่เคยย่อท้อที่จะทำงานให้สำเร็จ เมื่อเปรียบเทียบกับงานที่ บริษัทไทวา ปัจจุบันสินค้าที่เขาได้รับมอบหมายคือวุ้นเส้น แต่ผู้ซื้อมักจะไม่ซื้อแต่วุ้นเส้น ยังต้องการสินค้าชนิดอื่นด้วย อาทิ ซอส กะทิ น้ำพริกเผา ฯลฯ เขาจึงต้องรู้จักกับคนในธุรกิจอื่นด้วย เปรียบเสมือนการสร้างสัมพันธ์อันดี เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ต่อกันในฝ่ายขาย

“ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีความฝันว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือได้ทำงานในสายงานที่ตัวเองชอบ ผมจึง อยากจะแนะนำว่า คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะคนเราสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันอยู่ที่คุณจะตั้งใจทำในสิ่งนั้นได้มากแค่ไหน ผมเชื่อเสมอว่าเมื่อมีความตั้งใจผลลัพธ์จะออกมาดีเสมอ สำหรับผมแล้ว...งานที่ผมชอบนั้นไม่อาจหล่อเลี้ยงชีวิตผมได้ ดังนั้นผมต้องทำงานปัจจุบันให้มั่นคงเสียก่อน แล้วเก็บความชอบนั้นเป็นงานอดิเรก”

สำหรับอาชีพ “ฝ่ายขาย” หากคุณสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนหลากหลายใน การทำธุรกิจบางที คอนเน็กชั่นที่คาดไม่ถึงในแต่ละวันที่คุณเจอ สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณให้ดีขึ้นได้ อีกทั้งฝ่ายขายยังทำให้ได้เรียนรู้ ทักษะการทำธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างคอนเน็กชั่น การเสนอขาย ต่อรองและเจรจา ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต

.wp-post-image{display:none;}

พลิกชีวิตสู่เกษตรกร เปิด “ฟาร์มจิ้งหรีด” แมลงเศรษฐกิจอนาคตไกล

ในฐานะที่ “แมลง” กำลังจะเป็น Big Food Trend หรือ อาหารสำคัญหลักอีกประเภทหนึ่งของโลก คุณวรศักดิ์ อดีตนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวด้วยการทำธุรกิจเกี่ยวกับการย่อยกระดาษ ต่อยอดไปสู่ถาดไข่ จนเกิดไอเดียนำถาดไข่ ที่ได้ไปพัฒนาเจาะรูเพื่อเลี้ยงจิ้งหรีด ซึ่งเขาได้ศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก ตั้งแต่วิธีการเพาะเลี้ยง สถานที่ในการเลี้ยง รวมถึงอาหารที่ดีที่สุดสำหรับจิ้งหรีด ที่จะไม่ก่อให้เกิดสารตกค้างเมื่อผู้บริโภคนำไปรับประทาน

จากผลสำรวจในต่างประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า อนาคตอันใกล้นี้ประชากรจะเพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ “เนื้อสัตว์โปรตีนสูง” ไม่ เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน ยกตัวอย่าง เนื้อวัวที่ต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงไม่ต่ำกว่า 1 ปี เพื่อให้โตเต็มที่ เทียบกับ “จิ้งหรีด” ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือนก็โตเต็มที่พร้อมรับประทานแล้ว

ทุกคนมักจะสงสัยกันว่า “จิ้งหรีด” จะมาทดแทน “เนื้อสัตว์” ได้อย่างไร? คุณ เชื่อไหมว่า...โลกนี้มีการรับประทานแมลงมานานหลายพันปีแล้ว จนนำไปพัฒนาให้กลายเป็นผง เหมือนการถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น กระทั่งปัจจุบันถึงแม้ว่าประเทศไทยจะคุ้นชินกับการรับประทานแมลงมานานแล้ว แต่ผู้บริโภคยังคงเกิดความกังวลในเรื่องของสารปนเปื้อนอันเนื่องมาจากการเลี้ยง ที่อาจทำให้เกิดสารเคมีตกค้าง แต่ฟาร์ม Star Bugs นั้นเลี้ยงในรูปแบบ ฟาร์มปิด อาหารที่ใช้เลี้ยงก็เป็นแบบออร์แกนิค จึงสามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์

“เราเลี้ยงจิ้งหรีดส่งออกประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยมีร้านค้าญี่ปุ่นเจ้าหนึ่งนำไปทำ ‘ราเมงจิ้งหรีด’ ซึ่งการจะส่งออกสินค้าประเภทแมลงไปยังญี่ปุ่นนั้นทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากต้องมีการตรวจสารปนเปื้อน สารตกค้าง รวมไปถึงสารกัมมันตภาพรังสี ซึ่งฟาร์มของเราผ่านทุกเกณฑ์มาตรฐาน ล่าสุดนี้ยังมีบริษัทไส้กรอกจากอังกฤษรายหนึ่นำไปเป็นส่วนผสมในไส้กรอกไก่ด้วย”

“นอกจากนั้นเรายังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อคิดค้นเตาอบในรูปแบบของเราเอง เนื่องจากเรามอง ว่าการนำจิ้งหรีดไปทอดนั้นก่อให้เกิดไขมันที่สูงตามไปด้วย การอบจะช่วยลดไขมันได้มากกว่า ทั้งยังสามารถต่อยอดด้วยการนำไปบดละเอียด จนเกิดเป็น ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างทองม้วนโจ๊กและคุ้กกี้”

ขณะนี้จิ้งหรีดถือเป็นแมลงเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย กระบวนการ เลี้ยงและผลิตในระดับโรงงานและฟาร์มก็กำลังจะขยับไปสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตบริษัท ผูผลิตวัตถุดิบทางอาหารชั้นนำของโลกเองก็น่าจะสนใจ การมีส่วนผสมจากจิ้งหรีด หรือผงโปรตีนจากจิ้งหรีด ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

.wp-post-image{display:none;}

ทำงานไม่ตรงสาย ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ “ธุรกิจส่งออกข้าว”

ถึงแม้จะจบด้าน Business Computer จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่มีใจรัก ที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกและชอบทำงานในสายของการประสานงาน

ปัจจุบันทำงานอยู่ในบริษัทส่งออกข้าว มีหน้าที่ดูแลวางแผนการผลิตของโรงงานพร้อมกับควบคุมการส่งออกข้าวทั้งหมด

อย่างที่รู้กันดีว่าประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวสำคัญของโลกมายาวนาน อีกทั้งยังเป็นสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้น ยังมีความต้องการบริโภคข้าวอยู่สูงมาก จึงเป็นเหตุให้คิดว่าสายธุรกิจนี้ มีความท้าทายอย่างมาก

ในอีกมุมมองหนึ่งเมื่อสิ่งที่เรียนมาไม่ได้ถูกนำมาใช้ในสายอาชีพ คุณจิตรานันท์มองว่า “การที่เราได้ประกอบอาชีพในสิ่งที่รักจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้คุณสามารถเดินต่อไปข้างหน้ายกตัวอย่าง เด็กคนหนึ่งเรียนจบมาแต่ต้องมานั่งทำงาน ในออฟฟิศที่ไม่ได้ชอบเขาก็อาจทำได้ แต่ถ้าถามว่ามีความสุขไหม? สู้ว่าเราไปทำงานในสิ่งที่รัก สิ่งที่ทำแล้วมีความสุขมันเป็นผลพลอยได้ให้งานของเราออกมาดีตามไปด้วย อย่างเราที่เริ่มต้นจากการเรียนจบด้านคอมพิวเตอร์ แต่มาเริ่มงานในธุรกิจส่งออกข้าวด้วยตำแหน่งผู้ช่วยเซลล์ เมื่อเรามองว่าเป็นสิ่งท้าทายและสนุกที่ได้ลองทำ มันก็ไม่มีอะไรยากเกินจะเรียนรู้”

“หน้าที่ของเราคือการคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยและชาวต่างชาติรับรู้ ได้ว่าข้าวไทยจากเกษตรกรไทยมีคุณค่า มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ดั้งเดิมของข้าวหอมมะลิไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก อย่างเช่น การคิดค้นนำข้าวแต่ละสายพันธุ์มาผสมกันเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีพร้อมสำหรับการส่งออก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็เกิดความท้าทายใหม่เกี่ยวกับแรงงานการผลิต”

ในสายตาของหลายคนอาจจะมองว่าการทำงานไม่ตรงสาย นั้นดูเหมือนเสียเวลาที่เรียนไปแต่อันที่จริงแล้วเรายังสามารถ นำทักษะจากตอนเรียนมาปรับใช้กับการทำงานจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถาม การแยกแยะข้อมูลการจดบันทึกข้อมูล ประมวลผลและนำไปวิเคราะห์ เพื่อหาคำตอบก็สามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้ดีอีกทางหนึ่งก็ยังช่วยให้พัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งรอบด้านมากขึ้นอาจเพราะสุดท้ายได้ทำในสิ่งที่รัก เลยทำให้อยากตื่นเพื่อที่จะไปทำงานทุกวัน

.wp-post-image{display:none;}

เพราะกล้าออกจากกรอบที่มาความสำเร็จของน้ำมันมะพร้าว แบรนด์ Nuttarin

บริษัท เอม ไฮ เอนเตอร์ไพรซ์ คือ ผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับมะพร้าวทั้งหมดในชื่อแบรนด์ Nuttarin ซึ่งเป็นสินค้าน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% ชนิด สกัดเย็นที่ได้รับการรับรองจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหนังสือรับรองออร์แกนิคจากยุโรปและอเมริกา
“ก่อนจะมาทำน้ำมันมะพร้าว ต้องเล่าย้อนไปก่อนว่า หลังเรียนจบก็ทำงานเป็น Auditor อยู่นานถึง 3 ปีในบริษัท ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ เพราะจบด้านบัญชีมาโดยตรง จากนั้นได้ลาออกเพื่อไปศึกษาต่อ จบกลับมาแล้วถึงได้ไอเดียเพราะเห็นเพื่อนของอาม่าใช้น้ำมันมะพร้าวทาทั้งภายนอกและรับประทานแทนน้ำมันชนิดอื่นๆ”

คุณพชิรรินทร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของ “มะพร้าว” ที่หาง่ายและราคาถูกในประเทศไทย จึงอยากนำมาสร้าง มูลค่าเพิ่ม จนนำมาสู่การสร้างสรรค์แบรนด์สินค้าเพื่อสุขภาพ Nuttarin มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์จาก ธรรมชาติ
“ความยากในการสร้างธุรกิจที่เราไม่เคยมีแบ็กกราวน์มาก่อน คือเราต้องทำให้คนรู้จักว่าเราคือใคร เรากำลังทำอะไร และสินค้าของเราดีต่อลูกค้าอย่างไร ดังนั้นเราต้องเข้าหาลูกค้าเองส่วนใน ช่วงหลังที่เราเอาสินค้ามาจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า เราก็ต้องพิสูจน์ ว่าสินค้าของเราดีอย่างไร แล้วทำไมเขาต้องเลือกสินค้าของเราไปวางขาย”

ปัจจุบัน Nuttarin ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าผู้หญิง เพราะสามารถใช้เพื่อความงามได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะพร้าว สกัดเย็น น้ำมันมะพร้าวสำหรับทำอาหาร แป้งมะพร้าวน้ำตาลมะพร้าว น้ำหวานดอกมะพร้าว สบู่เหลว โลชั่น สครับ ครีมนวด และผลิตภัณฑ์ใหม่คือครีมเทียมจากมะพร้าว เรียกได้ว่าครบวงจร

“ทุกอย่างไม่มีอะไรสวยหรูตั้งแต่เริ่มต้น มันก็มีช่วงที่เราออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ขายไม่ดีอย่างที่คิด ดังนั้นเราก็ต้องมานั่งวิเคราะห์กันตั้งแต่แรกว่าเป็นที่ผลิตภัณฑ์ หรือเป็นที่การจัดวางสินค้า และการตลาด คือต้องเรียนรู้และแก้ไขไปทีละขั้นตอนโชคดีที่น้องชายจบด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมา จึงได้เข้ามาช่วยกันบริหารให้ดีขึ้น เพราะเขาก็นำทฤษฏีและเทคนิคตอนเรียนมาปรับใช้ให้เข้ากับสินค้าที่เราขาย”

คุณพชิรรินทร์ฝากข้อคิดทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่ว่าจะทำงานอะไร เพียงแค่เรามีความตั้งใจและมีความรักที่จะทำชิ้นงานนั้น มักจะออกมาดีเสมอ หรือหากยังไม่ดีเท่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็ต้องหาทางเรียนรู้เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

.wp-post-image{display:none;}

ไขเบื้องหลังความ สำเร็จ Com7 สร้างทีม เวิร์คที่แข็งแรง

จบสาขาบัญชี เอแบค หลังเรียนจบก็ทำงานสาย Auditor และมาอยู่ในกลุ่มธุรกิจรีเทล ค้าปลีกสินค้าที่มาจากต่างประเทศ ตอนนั้นทำ คาร์ฟู ณ จุดนั้น เรามีภาษีดีกว่าคนอื่นเนื่องจากเรียนภาษาอังกฤษมา ทำให้เติบโตเร็วตั้งแต่ตอนนั้นจึงทำให้เราซึมซับเรื่องธุรกิจค้าปลีก

เขาสอนเรื่องรีเทลตั้งแต่หน้าร้านมาเก็ตติ้ง โอเปอเรชั่น จนสุดท้ายบัญชี การเงินเป็นอย่างไร ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น

ด้วยความชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยีเป็นทุนเดิม ทำให้วาสนามีโอกาสได้เข้าไป ทำงานใน IBM กรุ๊ป ในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชีภายในของ บริษัทวัตสัน ซึ่งก็เป็นร้านค้าปลีกอีกเช่นกัน เธอรวบรวมประสบการณ์การทำงานอยู่ เกือบ 10 ปีก่อนจะบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ University of Wales และด้วยสำนักงานวัตสันประเทศไทยเล็งเห็น ความสามารถของเธอ จึงส่ง ให้เธอไปเรียนรู้งานที่ Superdrug ร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามในประเทศอังกฤษ

“เรานำความรู้และประสบการณ์กลับมาบริหารงานในประเทศไทย มีโอกาสย้ายงานไปยังธุรกิจรีเทลอีกหลายแบรนด์ จนได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัท Com7 เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ก่อนที่บริษัทจะเข้าเป็นบริษัท จำกัด(มหาชน) โดยรับผิดชอบดูแลส่วนงานบัญชีเพื่อให้สามารถก้าวเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้”

เทคโนโลยีหลังบ้านคือความท้าทายของธุรกิจค้าปลีก
ตลาดรีเทลเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการต่างเร่งพัฒนาระบบหลังบ้านกันอย่างจริงจัง อย่าง Com 7 ที่เป็นร้านค้าปลีกเปิดให้บริการทุกวัน จึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามา เพื่อวางโครงข่ายโครงสร้าง พื้นฐานให้สมบูรณ์ รวมถึงระบบการจัดการและวางแผนการใช้ทรัพยากรขององค์กร ซึ่งจะรวมเอาขั้นตอนการดำเนินธุรกิจขององค์กรไว้ ทำให้สามารถบริหารจัดการได้แบบเรียลไทม์

“นอกจากการขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า และช่องทางในต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ บริษัทยังใช้เทคโนโลยีเข้ามารองรับการเติบโตผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น”

ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า มีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางของธุรกิจค้าปลีก ดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเก็บข้อมูลต่างๆ จะช่วยให้องค์กรสามารถนำเสนอสินค้า และบริการที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น เพราะองค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อคัดสรรกิจกรรมและโปรโมชั่นที่ตรงใจลูกค้า มากที่สุด

หลักปฏิบัติในงานอาชีพนักบัญชี

งานบัญชี เป็นงานหลังบ้านที่สำคัญมากสำหรับทุกองค์กร ผู้ที่ทำงานในสายนี้ จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทาง เรียนจบทางสายบัญชีมาโดยตรง เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับการให้บริการทางบัญชี รวมถึงการบันทึก จัดเก็บ รวบรวม และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทางบัญชีบันทึก รายรับรายจ่าย ตลอดจนการจัดทำรายงานทางการเงิน

“มาตรฐานการบัญชีมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ พนักงานที่เรียนจบมาหลายปี ก็ต้องหมั่นขวนขวายเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวเอง ตัวพี่เองจบบัญชีมากว่า 20 ปี ก็ยังต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เราต้องไม่หยุดอยู่กับที่ เนื่องจากคณะผู้บริหารของ เรามีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล เราที่เป็นฝ่ายแบ็คอัพหลังบ้าน ก็ต้องสามารถสนับสนุนงานของคณะบริหารให้ไม่มีขาดตกบกพร่อง”

“พี่มองว่าเด็กที่เรียนด้านบัญชีมา ส่วนใหญ่ก็ทำงานในสายบัญชีอยู่แล้ว และการเข้าไปทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีก็จะได้ทักษะ ในเรื่องของการใช้ตรรกะ มาตรฐาน และความอดทน ในการทำบัญชี ยิ่งถ้ามีทักษะด้านภาษาอังกฤษเพิ่มเข้ามา ด้วย ก็จะมีโอกาสได้งานที่ดีกว่า ค่าตอบแทนสูงกว่าเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในสายงานเดียวกัน เนื่องจากผู้ที่มีความรู้ด้านบัญชีและมีทักษะฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษ นั้นเป็นที่ต้องการค่อนข้างสูงในตลาดแรงงาน”

ถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงานรุ่นต่อไป

ในชีวิตการทำงาน เมื่อมีประสบการณ์และความรู้ ความสามารถในระดับหนึ่ง จนได้ก้าวเข้าไปอยู่ในระดับหัวหน้างาน การบริหารคน ก็ถือเป็นอีกทักษะสำคัญ เนื่องจากเป็นการนำเอาความรู้ที่มีอยู่ของหัวหน้า หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ ออกมาถ่ายทอดให้ลูกน้อง หรือคนอื่นภายในองค์กรได้เข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์ ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม

“พี่คิดว่าการสอนงานให้ลูกน้องนั้นจะเกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เราก็ได้รับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ ลูกน้องก็จะได้ความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น แต่ทั้งนี้การสอนงานของพี่จะไม่มีการกดดันที่มากเกินไป เพราะพี่เชื่อในเรื่องของ Work-Life Balance หรือ การสร้างความสมดุลใน การทำงาน ไม่ว่าจะในเรื่องของความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ครอบครัว สุขภาพ และความสุขโดยรวม”

ในยุคนี้มีบัณฑิตจบใหม่หลายคนที่พอเข้าไปทำงาน แล้วมีความรู้สึกไม่รักในองค์กรที่กำลังทำงานอยู่ ไม่มีความรู้สึกผูกพันกับองค์กร วาสนาจึงอยากแนะนำว่า “ขึ้นชื่อว่างาน ไม่มีงานอะไรที่ทำแล้วไม่เหนื่อย แต่เราต้องบาลานซ์ชีวิตของตัวเอง และงานให้เกิดความพอดี หากคุณได้ทำงานในสายงานที่ตัวเองชอบก็ต้องสร้าง ความสุขในที่ทำงาน โดยความสุขนี้รวมถึง ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือ ให้ความรู้สึกดีๆ ให้กำลังใจ ให้โอกาส และให้อภัยเพื่อนร่วมงานด้วย เพียงเท่านี้ความเครียดของเราก็น้อยลง การทำงานก็จะมีความสุขมากขึ้น”

.wp-post-image{display:none;}