ทำงานไม่ตรงสาย ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ “ธุรกิจส่งออกข้าว”

ทำงานไม่ตรงสาย ไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ “ธุรกิจส่งออกข้าว”

rice

ถึงแม้จะจบด้าน Business Computer จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่มีใจรัก ที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกและชอบทำงานในสายของการประสานงาน

ปัจจุบันทำงานอยู่ในบริษัทส่งออกข้าว มีหน้าที่ดูแลวางแผนการผลิตของโรงงานพร้อมกับควบคุมการส่งออกข้าวทั้งหมด

rice-export-feature

อย่างที่รู้กันดีว่าประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวสำคัญของโลกมายาวนาน อีกทั้งยังเป็นสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้น ยังมีความต้องการบริโภคข้าวอยู่สูงมาก จึงเป็นเหตุให้คิดว่าสายธุรกิจนี้ มีความท้าทายอย่างมาก

ในอีกมุมมองหนึ่งเมื่อสิ่งที่เรียนมาไม่ได้ถูกนำมาใช้ในสายอาชีพ คุณจิตรานันท์มองว่า “การที่เราได้ประกอบอาชีพในสิ่งที่รักจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้คุณสามารถเดินต่อไปข้างหน้ายกตัวอย่าง เด็กคนหนึ่งเรียนจบมาแต่ต้องมานั่งทำงาน ในออฟฟิศที่ไม่ได้ชอบเขาก็อาจทำได้ แต่ถ้าถามว่ามีความสุขไหม? สู้ว่าเราไปทำงานในสิ่งที่รัก สิ่งที่ทำแล้วมีความสุขมันเป็นผลพลอยได้ให้งานของเราออกมาดีตามไปด้วย อย่างเราที่เริ่มต้นจากการเรียนจบด้านคอมพิวเตอร์ แต่มาเริ่มงานในธุรกิจส่งออกข้าวด้วยตำแหน่งผู้ช่วยเซลล์ เมื่อเรามองว่าเป็นสิ่งท้าทายและสนุกที่ได้ลองทำ มันก็ไม่มีอะไรยากเกินจะเรียนรู้”

“หน้าที่ของเราคือการคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยและชาวต่างชาติรับรู้ ได้ว่าข้าวไทยจากเกษตรกรไทยมีคุณค่า มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ดั้งเดิมของข้าวหอมมะลิไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก อย่างเช่น การคิดค้นนำข้าวแต่ละสายพันธุ์มาผสมกันเพื่อให้มีคุณภาพที่ดีพร้อมสำหรับการส่งออก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็เกิดความท้าทายใหม่เกี่ยวกับแรงงานการผลิต”

ในสายตาของหลายคนอาจจะมองว่าการทำงานไม่ตรงสาย นั้นดูเหมือนเสียเวลาที่เรียนไปแต่อันที่จริงแล้วเรายังสามารถ นำทักษะจากตอนเรียนมาปรับใช้กับการทำงานจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถาม การแยกแยะข้อมูลการจดบันทึกข้อมูล ประมวลผลและนำไปวิเคราะห์ เพื่อหาคำตอบก็สามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้ดีอีกทางหนึ่งก็ยังช่วยให้พัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งรอบด้านมากขึ้นอาจเพราะสุดท้ายได้ทำในสิ่งที่รัก เลยทำให้อยากตื่นเพื่อที่จะไปทำงานทุกวัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

AUAA

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูโพสทั้งหมด